Google Translate

English Chinese (Simplified) French German Japanese Korean Thai
วิจารณ์วรรณกรรมเยาวชนแปลเรื่อง “The Happiness of Kati” (ตอนที่ 2) PDF Print E-mail
Saturday, 14 February 2009 17:31
ต่อจากตอนที่แล้ว (จากตอนที่ 1)

 ความสุขของกะทิเป็นวรรณกรรมเยาวชนที่มีคุณค่าและความน่าสนใจหลายด้าน
ซึ่งผู้วิจัยมีสาเหตุ
3 ประการในการนำวรรณกรรมเรื่องนี้มาศึกษา ดังต่อไปนี้

ประการที่หนึ่ง ความสุขของกะทิเป็นวรรณกรรมที่มีข้อคิดที่ดีหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การสอนให้มองโลกในแง่ดี และพอใจกับสิ่งที่ตนมีอยู่ ซึ่งผู้เขียนได้พยายามสื่อความคิดนี้ออกมาผ่านตัวละครกะทิ ซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่อง โดยให้กะทิเป็นเด็กหญิงที่ถึงแม้จะเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ แต่กะทิไม่เคยรู้สึกอ้างว้าง หรือขาดความรักจากคนรอบข้างแม้แต่น้อย เนื่องจากกะทินั้นได้รับความรักและความเอาใจใส่จากตากับยายและคนรอบข้าง หัวใจของกะทิเต็มเปี่ยมด้วยความสุข กะทิจึงไม่เคยคิดอยากจะไขว่คว้าความสุขจากสิ่งอื่นมาทดแทนความรักและความรู้สึกดี ๆ ที่คนรอบข้างคอยมอบให้เธอ

ประการที่สอง วรรณกรรม ความสุขของกะทิมีการใช้ภาษาที่เรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกซาบซึ้งและกระทบใจผู้อ่านได้เป็นอย่างดี มีการบรรยายฉาก และใช้โวหารเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัดเจน นอกจากนี้วรรณกรรมเรื่องนี้ยังมีการสอดแทรกอารมณ์ขันไว้ในเรื่องอีกด้วย

ประการที่สาม ความสุขของกะทิเป็นหนังสือที่ประสบความสำเร็จทั้งยอดขายและการประกวดรางวัล สามารถชนะรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ประเภทนวนิยาย ประจำปี 2549 และยังได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศอีกหลายภาษา และกำลังจะทำเป็นภาพยนตร์ในอนาคต จากเหตุผลดังกล่าวจึงเป็นการยืนยันว่าวรรณกรรมเรื่องนี้มีคุณค่า และน่าสนใจนำมาศึกษา

            ส่วน The Happiness of Katiเป็นวรรณกรรมเยาวชนแปลที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง         ประการแรก วรรณกรรมเรื่อง The Happiness of Katiที่แปลโดย Prudence Borthwick ได้รับรางวัลที่สองจากการประกวดงานแปล John Dryden Translation Competition ซึ่งจัดโดยสมาคมวรรณคดีเปรียบเทียบแห่งอังกฤษ (British Comparative Literature Association) นับเป็นผลงานจากเอเชียชิ้นแรกที่ได้รับรางวัลจากการประกวดที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ พ.. 2538

            ประการที่สอง สมาคมห้องสมุดเด็กในสหรัฐอเมริกา (The Junior Library Guild) คัดเลือกหนังสือ “The Happiness of Kati” เป็นหนังสือแนะนำให้บรรณารักษ์ทั่วประเทศ (กองบรรณาธิการ, 2549)

1. แนวคิดเกี่ยวกับการวิจารณ์งานแปลของนิวมาร์ค

            ผู้วิจัยนำแนวคิดของนิวมาร์ค (Newmark, 1988) มาใช้ในการศึกษาและวิเคราะห์ต้นฉบับและงานแปล ศึกษาและเปรียบเทียบงานแปลกับต้นฉบับ ประเมินงานแปล และอนาคตของงาน-แปลเล่มนี้ ผู้วิจัยหวังว่าการศึกษาครั้งนี้จะเป็นแนวทางในการแปลวรรณกรรมจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย อีกทั้งเป็นแนวทางในการวิจารณ์วรรณกรรมแปลต่อไป

            การวิจารณ์งานแปลถือเป็นองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งในการเรียนแปล ดังเหตุผล
ต่อไปนี้ ประการแรก เพื่อเป็นการพัฒนาความสามารถในการแปลในฐานะนักแปล ประการที่สอง เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้และความเข้าใจทั้งภาษาของผู้วิจารณ์งานแปลและภาษาอื่น ประการที่สาม การวิจารณ์งานแปลจะช่วยจัดกลุ่มความคิดของผู้วิจารณ์งานแปลเกี่ยวกับการแปล ซึ่งการวิจารณ์งานแปล จำแนกออกเป็น
5 ประการ คือ

            1. การวิเคราะห์ต้นฉบับ (Text Analysis) ในการวิเคราะห์ต้นฉบับนั้น ผู้วิจารณ์งานแปลควรกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของผู้เขียน ทัศนคติที่มีต่อเนื้อเรื่อง ลักษณะของผู้อ่าน ประเภทของการเขียน ผู้วิจารณ์งานแปลจะประเมินคุณภาพการใช้ภาษาของผู้เขียนเพื่อตัดสินระดับความสามารถของผู้แปล

            2. วัตถุประสงค์ของผู้แปล (The Translator’s Purpose) การมองต้นฉบับผ่านมุมมองของผู้แปลถือเป็นสิ่งหนึ่งในการวิจารณ์งานแปล โดยปกติแล้ว งานแปลส่วนใหญ่จะมีรายละเอียดน้อยกว่าต้นฉบับ ดังนั้นผู้วิจารณ์งานแปลจึงจำเป็นต้องศึกษาในแง่มุมที่ผู้แปลพยายามแปลเกินจากต้นฉบับ ผู้วิจารณ์งานแปลต้องประเมินว่าต้นฉบับมีการดัดแปลงให้เป็นวัฒนธรรมของภาษาฉบับแปลมากน้อยเพียงใด ในการตีความกระบวนการแปลของผู้แปล ผู้วิจารณ์งานแปลต้องไม่วิจารณ์กระบวนการนั้น ๆ หากแต่ต้องพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมผู้แปลจึงต้องใช้กระบวนการเหล่านั้นในการแปล

            3. การเปรียบเทียบงานแปลกับต้นฉบับ  (Comparing the Translation with the Original) ประการที่สามนี้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการวิจารณ์งานแปล ผู้วิจารณ์งานแปลควรศึกษาว่าผู้แปลมีวิธีการแก้ปัญหาในการแปลต้นฉบับมาเป็นภาษาฉบับแปลซึ่งมีความแตกต่างกันได้อย่างไร
แล้วนำมาจัดกลุ่มเป็นหัวข้อต่าง ๆ เช่น ชื่อเรื่อง โครงสร้าง ย่อหน้า ประโยค ชื่อเฉพาะ เป็นต้น
การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างภาษาต้นฉบับกับภาษาฉบับแปลนี้จะทำให้ผู้วิจารณ์งานแปลได้เรียนรู้ถึงการแก้ปัญหาของผู้แปลเพื่อให้ภาษาฉบับแปลมีความหมายถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นภาษาฉบับแปลที่มีความเป็นธรรมชาติ รื่นหู

            4. การประเมินงานแปล (The Evaluation of the Translation) ผู้วิจารณ์งานแปลควรประเมินการอ้างถึงและความถูกต้องในทางปฏิบัติของงานแปลตามมาตรฐานของผู้แปล ถ้างานแปลที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว ผู้วิจารณ์งานแปลอาจประเมินค่าของงานแปลได้จากมาตรฐานในการอ้างถึงและความถูกต้องในทางปฏิบัติของตัวผู้วิจารณ์งานแปลเอง

            5. อนาคตของงานแปล (The Translation’s Future) ประเมิน ในแง่มุมของความสำคัญของงานแปลในวัฒนธรรมของภาษาปลายทาง งานแปลมีอิทธิพลใดบ้างที่มีต่อภาษา วรรณคดี และความคิดต่าง ๆ ในแง่มุมใหม่ ถือเป็นความพยายามในการวิจารณ์การแปลที่จะวางงานแปลในสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย

           

Click เลย
Last Updated on Saturday, 14 February 2009 17:51