3. การเปรียบเทียบงานแปลกับต้นฉบับ
3.1 ระดับคำ (Word Level)
3.1.1 การใช้คำยืม หรือการใช้คำยืมกับคำอธิบาย
คำยืม (Loan word) หมายถึง คำที่เกิดจากการใช้ตัวอักษรในภาษาฉบับแปลแทนเสียงที่ตรงหรือใกล้เคียงกับเสียงของคำในภาษาต้นฉบับ เช่น หัวหิน ในภาษาไทย เป็น Hua-Hin ในภาษาอังกฤษ เป็นต้น เบเคอร์ (Baker, 2005) ดังตัวอย่างต่อไปนี้
ภาษาต้นฉบับ : พี่ทองยกมือไหว้ นอบน้อมเกินเหตุอย่างเคย (งามพรรณ เวชชาชีวะ , 2549, น . 115)
ภาษาฉบับแปล : Tong raised hands in his usual deep Wai greeting , บอร์ธวิก (Borthwick, 2006, p. 137)
จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นได้ว่า “ไหว้ “ หมายถึง ทำความเคารพโดยยกมือขึ้นประนม ถ้าเป็นผู้น้อยไหว้ผู้ใหญ่ หรือผู้ทรงศีล ต้องก้มศีรษะลงแต่พองาม (ราชบัณฑิตยสถาน , 2546, น . 1317) ผู้แปลแปลคำดังกล่าวว่า “Wai greeting” ซึ่งเป็นการใช้คำยืม “Wai” เพื่อแก้ปัญหาการไม่ปรากฏคำในภาษาฉบับแปลและการอธิบายความเพิ่ม “greeting” เพื่อทำให้ผู้อ่านต่างวัฒน ธรรมเข้าใจความหมายของคำดังกล่าวได้ดียิ่งขึ้น
3.1.2 การถอดความ
การถอดความ (Paraphrase) หมายถึง การให้ความหมายของคำศัพท์โดยการอธิบายความหรือการขยายความ เบเคอร์ (Baker, 2005) ดังตัวอย่างต่อไปนี้
ภาษาต้นฉบับ : นี่ไงจ๊ะ รูปนี้ตัดผมไฟ ให้หนูครบเดือนพอดี (งามพรรณ เวชชาชีวะ , 2549, น . 62)
ภาษาฉบับแปล : Look at this! The photo of your first hair cut when you were a month old. บอร์ธวิก (Borthwick, 2006, p. 67)
จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นได้ว่า “ผมไฟ ” หมายถึง ผมเดิมของทารกที่ติดมาแต่กําเนิด (ที่เรียกว่าผมไฟนั้นเพราะแต่เดิมมารดาทารกต้องอยู่ไฟ ) (ราชบัณฑิตยสถาน , 2546, น . 726) ผู้ แปลแปลคำดังกล่าวว่า “first hair” ซึ่งเป็นการแปลโดยการถอดความเพื่อแก้ปัญหาการไม่ปรากฏคำในภาษาฉบับแปล และเพื่อทำให้ผู้อ่านต่างวัฒนธรรม เข้าใจความหมายของคำดังกล่าวได้ดียิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า คำว่า “ผมไฟ ” เป็นคำที่มีความหมายเกี่ยวกับประเพณี พิธีกรรม ผู้แปลแปลคำเหล่านี้โดยการถอดความเพื่อแก้ปัญหาการไม่ปรากฏคำในภาษาฉบับแปลและทำให้ผู้อ่านต่างวัฒนธรรมเข้าใจความหมายของคำเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้น
3.1.3 การใช้คำที่มีความหมายเฉพาะเจาะจง
ภาษาต้นฉบับ : เด็ก ๆ เอาปิ่นโต ไปวางเรียงในโรงอาหาร (งามพรรณ เวชชาชีวะ , 2549, น . 16)
ภาษาฉบับแปล : The children put their lunch containers in the dinning hall บอร์ธวิก (Borthwick, 2006, p. 9)
จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นได้ว่า “ปิ่นโต ” หมายถึง ภาชนะสำหรับใส่ของกิน ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ มีหูร้อยหิ้วได้ (ราชบัณฑิตยสถาน , 2546, น . 699) ผู้แปลแปลคำดังกล่าวว่า “lunch container” ซึ่งเป็นการแปลโดยการใช้คำที่มีความหมายเจาะจงเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากการไม่ปรากฏคำในภาษาฉบับแปลและเพื่อทำให้ผู้อ่านต่างวัฒนธรรมเข้าใจความหมายของคำดังกล่าวได้ดียิ่งขึ้น
3.1.4 การใช้คำที่มีความหมายกว้างกว่าภาษาต้นฉบับ
ภาษาต้นฉบับ : ครั้งหนึ่ง กะทิปรือตาขึ้นดูหน้ายาย (งามพรรณ เวชชาชีวะ , 2549, น . 21)
ภาษาฉบับแปล : Once Kati half-opened her eyes to look up at Grandma , บอร์ธวิก (Borthwick, 2006, p. 15)
จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นได้ว่า คำว่า “ยาย ” มีความหมายต่างจาก “grandma” กล่าว คือ “ยาย ” หมายถึง แม่ของแม่ (ราชบัณฑิตยสถาน , 2546, 904) ในขณะที่ “grandma” หมายถึง แม่ของพ่อหรือแม่ (the mother of a person's father or mother) (Cambridge Dictionaries Online, 2007) ผู้แปลแปล “ยาย ” ว่า “grandma” ซึ่งเป็นการใช้คำที่มีความหมายกว้างกว่าภาษาต้นฉบับเนื่องจาก “grandma” มีความหมายเทียบเท่ากับคำว่า ”ยาย ” และ “ย่า ” ในภาษาไทย
3 .1. 5 การละ
การละ (Omission) หมายถึง การไม่แปลคำบางคำที่ปรากฏในภาษาต้นฉบับดังตัวอย่างต่อไปนี้
ภาษาต้นฉบับ : พี่ทอง ลูกศิษย์ยิงฟันขาวมาแต่ไกล (งามพรรณ เวชชาชีวะ , 2549, น . 13)
ภาษาฉบับแปล : The abbot’s pupil and nephew, Tong , flashed his teeth in a smile that could be seen from afar. บอร์ธวิก (Borthwick, 2006, pp. 4-5)
จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นได้ว่า คำว่า ”พี่ ” มีความหมายต่างจาก “brother” หรือ “sister” กล่าวคือ “พี่ ” หมายถึง ผู้ร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกันและเกิดก่อน ผู้ที่มีศักดิ์เสมอพี่ คำนำหน้าชื่อคนที่มีอายุคราวพี่หรือมีศักดิ์เสมอพี่ เช่น พี่นั่น พี่นี่ (ราชบัณฑิตยสถาน , 2546, น . 792) ในขณะที่ “brother” หมายถึง เด็กผู้ชายหรือผู้ชายที่มีพ่อแม่เดียวกับคุณ (Cambridge Dictionaries Online, 2007) ผู้แปลเลือกไม่แปล “พี่ ” ในภาษาฉบับแปล อาจเป็นเพราะผู้แปลเห็นว่าการละ “พี่ ” ไม่ได้ทำให้เสียความในภาษาฉบับแปล
3. 1.6 การใช้คำจ่ากลุ่ม
คำจ่ากลุ่ม (Superordinate) หมายถึง คำที่มีความหมายกว้าง ๆ หรือมีความหมายครอบคลุมคำอื่น ๆ
คำลูกกลุ่ม (Hyponym) หมายถึง คำที่มีความหมายเฉพาะหรือมีความหมายภายใต้คำจ่ากลุ่ม เช่น เครื่องครัว จัดเป็นคำจ่ากลุ่ม ในขณะที่ ช้อน ส้อม ชาม จัดเป็นคำลูกกลุ่ม เป็นต้น
จากข้อมูล ผู้วิจัยพบการใช้คำจ่ากลุ่มดังตัวอย่างต่อไปนี้
ภาษาต้นฉบับ : เห็นยายว่าจะทำบุญใหญ่สักครั้งที่วัด (งามพรรณ เวชชาชีวะ , 2549, น . 113)
ภาษาฉบับแปล : Grandma wants to make a big merit offering at local temple, บอร์ธวิก (Borthwick, 2006, p. 134)
จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นได้ว่า คำว่า “วัด ” มีความหมายต่างจากคำว่า “temple” กล่าว คือ “วัด ” หมายถึง สถานที่ทางศาสนา โดยปรกติมีโบสถ์ วิหาร และที่อยู่ของสงฆ์หรือนักบวช เป็นต้น (ราชบัณฑิตยสถาน , 2546, น . 1059) (โดยปกติแล้วคนไทยมักใช้คำว่า “วัด ” เป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธ ) ในขณะที่ “temple” หมายถึง ที่ประกอบกิจทางศาสนา (ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นศาสนาพุทธจะเป็นศาสนาอื่นก็ได้ ) (a building for religious practice) (Merriam-Webster Online Dictionary, 2007) คำว่า “วัด ” เป็นคำจ่ากลุ่ม ส่วนคำว่า “temple” เป็นคำ ลูกกลุ่ม
3. 1.7 การแทนที่ทางวัฒนธรรม
การแทนที่ทางวัฒนธรรม หมายถึง การแทนที่วัฒนธรรมเฉพาะหรือสำนวน ซึ่งในภาษาฉบับแปลมีความหมายประพจน์ (Proposional Meaning) ไม่เหมือนกัน แต่มีบางสิ่งคล้ายคลึงกัน การแทนที่ทางวัฒนธรรมนี้เป็นการกล่าวอ้างถึงมโนทัศน์ที่ผู้อ่านภาษาฉบับแปลคุ้นเคย ดังตัวอย่างต่อไปนี้
ภาษาต้นฉบับ : ห้องพักของแม่หันหน้าออกทะเลที่ยามบ่ายถอยไปไกลเห็นลิบ ๆ ตาบอกว่า ถ้าจะลงทะเลตอนนี้ เห็นทีจะต้องเรียกสามล้อ ให้พาไปส่ง (งามพรรณ เวชชา-ชีวะ , 2549, น . 63)
ภาษาฉบับแปล : Mother’s bedroom looked out over the sea. In the afternoon the sea receded so far you could hardly see it. Grandpa said that if you wanted to swim at this hour, you’d have to call a taxi to get you there. บอร์ธวิก (Borthwick, 2006, p. 68)
จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นได้ว่า ผู้แปลแปลคำว่า “สามล้อ ” ในภาษาต้นฉบับเป็น “taxi” ในภาษาฉบับแปล ถือเป็นกลวิธีการแปลโดยการแทนที่ทางวัฒนธรรม เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อเรื่องได้ดียิ่งขึ้น
3.2 ระดับสำนวน (Idiom)
ภาษาต้นฉบับ : แม่ไม่เคยเห็นลุงตองชอบเด็กคนไหนมาก่อน แต่กลับเห่อหนูมากขนาดทิ้งงานมานั่งเฝ้า แล้วเลยเป็นไม้เบื่อไม้เมา กับยายมาตั้งแต่ตอนนั้นเลย (งามพรรณ เวชชาชีวะ , 2549, น .62)
ภาษาฉบับแปล : I’d never known him to pay attention to children before this, but he was so besotted with you that he actually left his work to come and sit by your crib, and of course, he and Grandma ended up fighting over you. บอร์ธวิก (Borthwick, 2006, p. 67)
จากตัวอย่างข้างต้น สำนวนไทย “ไม้เบื่อไม้เมา ” เป็นคำวิเศษณ์ มีความหมายว่า ขัดกันตะพึดเพราะใจโกรธกันมาก่อน (ราชบัณฑิตยสถาน , 2540, น .66) ผู้แปลเลือกแปลโดยใช้วิธีการถอดความจากภาษาไทย เนื่องจากไม่ปรากฏสำนวนอังกฤษที่มีความหมายเทียบเคียงกับสำนวนไทยสำนวนนี้
3.3 ระดับวากยสัมพันธ์ (Syntax)
3.3.1 การเพิ่มประธาน
ภาษาต้นฉบับ : ตาไม่หยุดแวะพัก แต่ร้องทักทายทุกคนที่เห็น (งามพรรณ เวชชาชีวะ , 2549, น . 23)
ภาษาฉบับแปล : Grandpa didn’t stop and rest but called greetings to all the people he saw. บอร์ธวิก (Borthwick, 2006, p. 16-17)
จากตัวอย่างดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ภาษาต้นฉบับละ “ตา ” ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค การละดังกล่าวเป็นลักษณะธรรมชาติของภาษาไทย แต่ผู้แปลได้เพิ่ม “he” ในภาษาฉบับแปลเพื่อช่วยให้ประโยคสมบูรณ์
3.3.2 การเพิ่มกรรม
ภาษาต้นฉบับ : ยายหันมามองเมื่อกะทิเข้ามาในครัว (งามพรรณ เวชชาชีวะ , 2549, น . 13)
ภาษาฉบับแปล : Grandma turned to look at Kati when she came in to the kitchen. บอร์ธวิก (Borthwick, 2006, p. 4)
จากตัวอย่างดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ภาษาต้นฉบับละ “กะทิ ” ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค การละดังกล่าวเป็นลักษณะธรรมชาติของภาษาไทย แต่ผู้แปลได้เพิ่ม “Kati” ในภาษาฉบับแปลเพื่อช่วยให้ประโยคสมบูรณ์
3.3.3 การใช้ประโยคกรรมวาจก
ภาษาต้นฉบับ : ตาบอกว่ายิ้มของยายมีน้อย ต้องสงวนเอาไว้อัดกระป๋องส่งออกไปขายต่างประเทศ (งามพรรณ เวชชาชีวะ , 2549, น . 13)
ภาษาฉบับแปล : Grandpa said Grandma’s smiles were so rare they should be preserved and canned for export overseas, like top-quality produce. บอร์ธวิก (Borthwick, 2006, p. 4)
จากตัวอย่างดังกล่าว ผู้แปลได้แปลภาษาฉบับแปลเป็นประโยคกรรมวาจก ซึ่งเป็นโครง สร้างในภาษาอังกฤษ เพื่อให้งานแปลมีความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
3.3.4 การแปลประโยคเป็นวลี
ภาษาต้นฉบับ : น้ำตาไม่อาจแทนความโศกเศร้าได้ (งามพรรณ เวชชาชีวะ , 2549, น . 76)
ภาษาฉบับแปล : Grief beyond tears บอร์ธวิก (Borthwick, 2006, p. 87)
จากตัวอย่างดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ผู้แปลแปลประโยคความเดียวเป็นนามวลี
3.3.5 การทำให้เป็นแก่นความ (Topicalization)
การทำให้เป็นแก่นความ (Topicalization) หมายถึง การเน้นย้ำในหน่วยภาษาใดหน่วยภาษาหนึ่ง ซึ่งหน่วยภาษาดังกล่าวอาจทำหน้าที่เป็นประธาน หรือเป็นกรรมของประโยคก็ได้ โดยการนำหน่วยภาษาที่ต้องการเน้นมาไว้ส่วนหน้าของประโยค ดังตัวอย่างต่อไปนี้
ภาษาต้นฉบับ : ปิ่นโต เป็นของรักของกะทิ (งามพรรณ เวชชาชีวะ , 2549, น .16)
ภาษาฉบับแปล : Kati loves her tin lunch container.บอร์ธวิก (Borthwick, 2006, p.7)
จากตัวอย่างดังกล่าวจะเห็นได้ว่าการทำให้เป็นแก่นความของภาษาต้นฉบับต่างจากภาษาฉบับแปล กล่าวคือ ภาษาต้นฉบับจะเน้นที่ “ปิ่นโต ” ในขณะที่ภาษาฉบับแปลเน้นที่ “Kati” ถึงแม้ว่าจะมีการเน้นที่ต่างกัน แต่ผู้อ่านภาษาฉบับแปลก็เข้าใจความหมายของประโยคดังกล่าวได้
3.4 ระดับสัมพันธสาร (Discourse)
3.4.1 การเพิ่มข้อความ
ภาษาต้นฉบับ : กะทินึกไม่ออกว่าตากับยายรู้สึกอย่างไรที่ลูกสาวคนเดียวแต่งงานในแดนไกล และไม่มีวี่แววว่าจะกลับสู่มาตุภูมิในอนาคตอันใกล้ นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องที่สาวอยุธยารับรักชายหนุ่มที่มีวงศ์วานอยู่มัณฑะเลย์ (งามพรรณ เวชชาชีวะ , 2549, น . 95)
ภาษาฉบับแปล : Kati couldn’t imagine what Grandpa and Grandma must have thought about their only child marrying so far away from home, not to mention the fact that the girl from Ayutthaya was marrying a boy from Mandalay, cities that in the past had feuded and fought for centuries. บอร์ธวิก (Borthwick, 2006, p. 111)
จากตัวอย่างดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ผู้แปลได้เพิ่มข้อความ “cities that in the past had feuded and fought for centuries” เพื่อช่วยให้ผู้อ่านงานแปลเข้าใจเนื้อความได้ดียิ่งขึ้น
3.4.2 การละข้อความ
ภาษาต้นฉบับ : เช้าวันที่จากบ้านริมคลองมา พี่ทองส่งกระดาษชิ้นน้อยให้กะทิ พร้อมกับบอกยิ้ม ๆ ว่า เบอร์มือถือของหลวงลุงน่ะ เผื่อกะทิอยากคุย โทร .มาตอนไหนก็ได้ พี่ทองเป็นคนรับเอง แล้วยังต่อท้ายว่า หรือจะ “เมล ” มาก็ได้ มีที่อยู่ อีเมลเขียนมาให้เสร็จ (งามพรรณ เวชชาชีวะ , 2549, น . 70)
ภาษาฉบับแปล : The morning they had left the house on the water, Tong had handed Kati a scrap of paper and said with a smile that it was the mobile phone number of his uncle, the abbot, in case Kati needed to talk to him about anything. Tong said to ring anytime, because he was the one who took the calls. บอร์ธวิก (Borthwick, 2006, p. 81)
จากตัวอย่างดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ผู้แปลละไม่แปลข้อความที่ว่า แล้วยังต่อท้ายว่า แล้วยังต่อท้ายว่า หรือจะ “เมล ” มาก็ได้ มีที่อยู่อีเมลเขียนมาให้เสร็จ ผู้แปลเลือกละไม่แปลข้อความดังกล่าวอาจเป็นเพราะเห็นว่าไม่ทำให้เสียความในภาษาฉบับแปล